การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ของโรงพยาบาลน่านเกิดจากแรงบันดาลใจหลายประการ ได้แก่ จากพระราชดำรัส ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ทรงรับสั่งกับพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ปรากฎในหนังสือ เกิดที่วังปารุสก์  ว่า “คนที่ไปถึงเมืองไหน แล้วไม่ได้ไปดูมิวเซียม คนๆนั้นไม่ศิวิไล”  พระราชดำริ สมเด็จฯพระบรมราชชนก ที่ทรงเขียนไว้ในสมุดบันทึกวิชาบักเตรีว่า “True success is not in the learning but in its application to the benefit of mankind”   ข้อคิดของศาสตราจารย์นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ที่เคยให้ไว้ว่า “ทุกหน่วยงานในทุกภาคส่วน ควรที่จะเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้”  และ อาจารย์นายแพทย์บุญยงค์  วงศ์รักมิตร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ที่อยากให้โรงพยาบาลน่านมีสถานที่จัดนิทรรศการถาวร เพื่อให้สุขศึกษาแก่ผู้ป่วย ญาติ และประชาชนทั่วไป

    แรงดลใจทั้งหมดนี้ผนวกกับความตั้งใจของผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน นายแพทย์คณิต ตันติศิริวิทย์  ที่อยากเห็นเยาวชนในต่างจังหวัดได้รับโอกาสศึกษาเรียนรู้ ถึงแม้จะไม่เท่าเทียมกับเยาวชนในกรุงเทพมหานครหรือเมืองใหญ่ๆที่มีโอกาสได้ชมพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ท้องฟ้าจำลอง พิพิธภัณฑ์เด็ก(Discovery Museum)รวมทั้งสวนสัตว์ต่างๆ  รวมทั้งโรงพยาบาลน่านได้จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติซึ่งเป็นกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ สังคม สิ่งแวดล้อม  เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ประมาณปี 2520 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก็สามารถจัดได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้นซึ่งยังไม่เพียงพอ  โรงพยาบาลน่านได้พยายามจัดกิจกรรมเสริมโดยให้โอกาสเยาวชนเข้าศึกษา เยี่ยมชมกิจการ งานที่กลุ่มงาน/ฝ่ายต่างๆในโรงพยาบาลปฏิบัติเป็นงานประจำ หรือตามที่โรงเรียนต่างๆได้ร้องขอ นอกจากนี้โรงพยาบาลยังได้จัดมุมพัฒนาการ และห้องสมุด สำหรับเด็กป่วยในโรงพยาบาล  และจัดกิจกรรมค่ายเยาวชนสำหรับบุตรหลานเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลในช่วงปิดเทอมด้วย

    อาคารศูนย์เรียนรู้ได้ดัดแปลงจากโรงอาหารหลังเดิม เป็นอาคารชั้นเดียว พื้นที่ใช้สอยทั้งหมดประมาณ 223 ตรม. ใช้งบประมาณเงินบำรุง จำนวน 980,000 บาท แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2545 ทั้งนี้ได้มีกองทุนตันติศิริวิทย์  มูลนิธิพระครุพุทธมนต์โชติคุณ  นายแพทย์บุญยงค์ วงศ์รักมิตร รวมทั้งภาคเอกชนต่างๆ ได้สนับสนุนทุนเพื่อจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ทางด้านวิทยาศาสตร์ เอกสาร หนังสือ สื่อการเรียนรู้ต่างๆ และเครื่องมือทางการแพทย์ที่หมดอายุการใช้งาน เช่น เครื่องเอ๊กซ์เรย์คอมพิเตอร์(CT Scan) เป็นต้น  ทั้งนี้ได้เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดยสมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2548 ในวโรกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรและทรงงานในจังหวัดน่าน

    รูปแบบการนำเสนอในศูนย์เรียนรู้จะจัดแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ พื้นที่สำหรับเด็ก และพื้นที่สำหรับบุคคลทั่วไป   พื้นที่สำหรับเด็กจะเน้นการศึกษาเรียนที่จะช่วยพัฒนาการเด็ก ทั้งด้าน IQ และ EQ มีความสุขไปพร้อมกับความสนุกสนานรื่นเริง การเรียนรู้จากการที่ได้สัมผัสจับต้องและบางครั้งได้ลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง (Play and Learn)  โดยกิจกรรมจะมุ่งที่จะให้เกิดความสนใจใฝ่รู้มากกว่าตัวองค์ความรู้เอง ที่สำคัญจะพยายามเชื่อมโยงกิจกรรมต่างๆไปสู่งานต่างๆของโรงพยาบาลในด้านการรักษาพยาบาล การชันสูตร การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค   ส่วนเอกสาร หรืออุปกรณ์แสดงทางด้านการส่งเสริม พัฒนาการทางความรู้ เช่น ความรู้ทางด้านฟิสิกส์ มีการแสดงกระจกเงาขำขัน ลูกบอลพลาสม่า การลอยตัวของลูกบอลตามหลักการของแบร์นุยยี(Bernoulli’s Principle) ความรู้เกี่ยวกับแสง การเล่นเงา ซึ่งโยงไปถึงการทำงานของแสง X-ray โดยนำเครื่องเอ๊กซเรย์มาตั้งโชว์ไว้ด้วย  ความรู้เกี่ยวเสียง คุณสมบัติของเสียง การเรียนรู้เกี่ยวกับเสียงสะท้อนที่จะเชื่อมโยงไปถึงการใช้ประโยชน์ของเครื่องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง(Ultrasound) ของเล่นทางด้านเคมี เช่น ผลไม้นักสืบ การสดสอบน้ำประปา การทำสบู่ แชมพู การทำน้ำเกลือแร่ และประโยชน์ในการรักษาผู้ป่วยท้องเดิน   ทางด้านชีววิทยา จะมีกล้อง Microscope ชนิดต่างๆช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างไร การตรวจหาหมู่เลือด การตรวจการเข้ากันได้ของเลือดเพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาพยาบาล ตัวอย่างชิ้นอวัยวะต่างๆที่เกิดจากโรค หรืออุบัติเหตุ รวมทั้งหุ่นจำลองหรือของจริง( เช่น โครงกระดูกมนุษย์)ที่สามารถจับต้องได้

    มุมสำหรับบุคคลทั่วไป มักจะเป็นมุมที่แสดงกิจกรรมทางด้านการรักษาพยาบาล เช่น การฝึกปฐมพยาบาลโดยอาศัยหุ่นฝึกจริง  การทดสอบสมรรภาพของร่างกาย เช่น การได้เห็นสิ่งที่ปกติจะมองไม่เห็น การได้เห็นในสิ่งที่ไม่ได้ยิน บางสิ่งที่เห็นจริงแต่ไม่ใช่ความจริง ชิ้นส่วนอวัยวะที่มีพยาธิสภาพเปรียบเทียบกับหุ่นจำลองที่จับต้องไป การตรวจวัดสายตา ตาบอดสี การตรวจความผิดปกติจากการได้ยิน การวัดความจุปอด ความยืดตัวของปอด ฝึกการตรวจความปลอดภัยของอาหาร การทำยาสมุนไพรบางชนิดที่หาวัสดุได้ในท้องถิ่น การแสดงอุปกรณ์ช่วยเหลือคนไข้ เช่น ขาเทียม แขนเทียม ไม้เท้า ไม้ค้ำยัน การดัดแปลงใช้เครื่องมือช่วยฟื้นฟูสภาพเด็กพิการ(งานกิจกรรมบำบัด)

    นอกจากนี้ในปี 2549 โรงพยาบาลน่านได้เปิดห้องสมุดประชาชน ณ บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์เรียนรู้ โดยได้จัดหาหนังสือประเภทต่างไว้บริการแก่ประชาชน และญาติที่มาเฝ้าผู้ป่วยในโรงพยาบาล รวมถึงระบบอินเตอร์เน็ทที่สามารถให้บริการแก่ผู้ต้องการค้นคว้าข้อมูลที่ไม่สามารถหาได้ในห้องสมุดอีกด้วย ทั้งนี้ โรงพยาบาลน่านมุ่งหวังที่จะให้ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นความปรารถนาสูงสุดที่จะนำไปสู่ความมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ สังคมและจิตวิญญาน รวมทั้ง เก่ง ดี มีสุข ด้วย ซี่งทั้งหมดนี้ล้วนนำไปสู่เป้าหมายคนไทยแข็งแรง ครอบครัวแข็งแรง และประเทศไทยแข็งแรง ตามนโยบายของรัฐบาล